เลิกจ้างอย่างไรไม่ให้ถูกฟ้อง?
 
 
 
 ข่าวโรงงานปิดกิจการแล้วมีภาพพนักงานออกมาประท้วงเรียกร้องค่าชดเชยยังคงมีมาให้เห็นอยู่เนือง ๆ ถึงเกิดเป็นคำถามขึ้นมาให้รู้สึกอยากค้นหาคำตอบว่า หากโรงงานหรือบริษัทจำเป็นต้องปิดกิจการ หรือเลิกจ้างพนักงานเพราะไม่อาจต้านทานพิษเศรษฐกิจไหว จะต้องทำอย่างไรจึงจะ win-win ยุติธรรมต่อทั้งสองฝ่าย และไม่เกิดปัญหาการฟ้องร้อง หรือการชุมนุมประท้วงให้เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตอย่างที่เป็นข่าว
         
 
เมื่อคุณจำเป็นต้องปิดกิจการ คุณจะต้องทำหนังสือแจ้งให้พนักงานทราบล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งงวดค่าจ้าง เช่น กำหนดปิดกิจการวันที่ 30 ธันวาคม ก็ต้องประกาศภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน แต่หากคุณไม่ได้แจ้งให้พนักงานทราบล่วงหน้าในระยะเวลาดังกล่าว คุณต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าอีก 1 เดือนด้วย
 
นอกจากนี้ คุณยังจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่พนักงานตามอายุงานของแต่ละคน ตามมาตรา 118 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน 2541ในอัตราดังต่อไปนี้
 
พนักงานทำงานมาเป็นเวลา 4 เดือน แต่ไม่ครบ 1 ปี ต้องจ่ายค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน หรือ 1 เดือน
พนักงานทำงานมาเป็นเวลา 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี ต้องจ่ายค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 90 วัน หรือ 3 เดือน
พนักงานทำงานมาเป็นเวลา 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี ต้องจ่ายค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน หรือ 6 เดือน
พนักงานทำงานมาเป็นเวลา 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี ต้องจ่ายค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 240 วัน หรือ 8 เดือน
พนักงานทำงานมาเป็นเวลา 10 ปีขึ้นไป ต้องจ่ายค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 300 วัน หรือ 10 เดือน
 
          อย่างไรก็ดี เข้าใจว่าคงไม่มีใครอยากจะต้องปิดกิจการหรือถูกเลิกจ้าง หากยังพอมีเวลาอยากให้คุณลองคิดหาวิธีการจัดการทางอื่น ๆ ก่อนการเลิกจ้างหรือปิดกิจการ วิธีการหนึ่งที่อาจจะช่วยได้คือ การแจ้งให้พนักงานรับทราบสถานการณ์ของบริษัทเสียแต่เนิ่น ๆ และถือโอกาสขอความร่วมมือ ร่วมใจจากพนักงาน เพื่อช่วยกันรักษาหม้อข้าวใบเดียวกันนี้ให้อยู่รอดและมีข้าว มีน้ำกินด้วยกันตลอดไป
 
แต่หากคุณไม่สามารถแบกรับสภาพการขาดทุนได้ไหวอีกต่อไป การบอกกล่าวล่วงหน้า และจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายอย่างครบถ้วน จะเป็นทางออกที่ดีและไม่มีปัญหาในภายหลัง รวมทั้งไม่ต้องถูกฟ้องร้อง หรือเป็นข่าวให้เสียชื่อเสียงอีกด้วย
 
ข้อมูล : JobDB